Skip to content

CodingThailand's Blog

by โค้ชเอก

Menu
  • About Me
Menu

Web Developer จะปรับตัวอย่างไร ในยุคที่ AI เขียนโค้ดเก่งขึ้นทุกวัน

Posted on 15/01/202615/01/2026 by โค้ชเอก

พอดีผมไปเจองานวิจัยชิ้นหนึ่งของ Microsoft ชื่อว่า “Measuring the Occupational Implications of Generative AI to Occupations” (revised 22 Dec 2025) ซึ่งนำข้อมูลการใช้งานจริงกว่า 200,000 เคส

จากบทสนทนาระหว่างผู้ใช้งานกับ Bing Copilot มาวิเคราะห์ว่า

1. คนทำงานใช้ AI กับงานจริงอะไรบ้าง

2. AI ทำงานนั้นได้ดีแค่ไหน

3. งานหนึ่ง ๆ มีส่วนไหนที่ AI เข้าไปช่วยได้บ้าง

ผลลัพธ์ออกมาเป็นคะแนนที่เรียกว่า AI Applicability Score ถ้ายิ่งถ้า Score สูง แปลว่า “งานนี้ AI เข้ามาทับซ้อน (overlap) ได้มากแค่ไหน” และ Microsoft ย้ำชัดมากว่า คะแนนสูง ไม่ได้แปลว่า งานจะหายไป แต่แปลว่า “งานนั้นกำลังเปลี่ยนวิธีทำ” แล้ว

สรุปคือ คะแนนสูง = AI ช่วยงานในอาชีพนั้นได้มากนั่นเอง

.

ใครที่ทำงานอยู่ลองไปดูอาชีพตัวเองได้นะครับว่า มีสายอาชีพของตัวเองบ้างหรือเปล่า เค้าสรุปแบบเรียงตามคะแนนจากมากไปน้อยให้อยู่ครับ

.

และที่สำคัญ “Web Developer ติดอยู่ในอันดับต้นๆ ด้วย”

.

แล้วทำไม “Web Developer” ถึงติดกลุ่มที่ถูกผลกระทบและได้คะแนนสูง

งาน Dev ทุกวันนี้ไม่ได้มีแค่การคิด algorithm เท่ ๆ แต่เต็มไปด้วยงานแบบนี้ครับ เช่น

– อ่าน requirement

– เขียนโค้ดตาม pattern เดิม

– เขียน doc

– review โค้ด

– debug จาก error message

– อธิบายโค้ดให้ทีม

– ตอบคำถามซ้ำ ๆ

และทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่ AI ถนัดมาก เพราะถูกฝึกมากับ “ภาษา” และ “โค้ดจำนวนมหาศาล”

.

แล้วงานอะไรบ้างของ Developer ที่ AI ทำได้ดีมากแล้ว (และจะทำได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ)

พูดกันตรง ๆ ตอนนี้ AI ช่วย Dev ได้เยอะมาก ตัวอย่าง เช่น

– สร้าง boilerplate / scaffolding

– generate component / API endpoint ตัวอย่าง

– refactor โค้ดพื้นฐาน

– แปลง requirement เป็น pseudocode หรือ implementation draft

– เขียน unit test / integration test ระดับพื้นฐาน

– เขียน documentation / README

– สรุป codebase หรืออธิบายโค้ดให้เข้าใจเร็วขึ้น

– ช่วย debug ระดับ error message, stack trace, syntax, common pitfalls

– เขียน query / SQL / ORM usage ตัวอย่าง

พูดง่าย ๆ คือ งานพิมพ์โค้ด งานซ้ำ ๆ กำลังถูกทำให้เร็วขึ้น

.

แล้วมีอะไรบ้างที่ AI ยังทำแทน Dev ไม่ได้?

นี่คือจุดสำคัญที่หลายคนมองข้าม คือ แม้ AI เขียนโค้ดได้ และเร็วก็จริง แต่ยังทำสิ่งเหล่านี้แทนมนุษย์ไม่ได้ หรือทำได้ไม่ดี เช่น

– System Design และการออกแบบสถาปัตยกรรม

– การตัดสินใจ trade-off (performance / cost / maintainability / time-to-market)

– การทำให้ระบบปลอดภัย (security mindset, threat modeling)

– การรับผิดชอบ production (observability, incident response)

– การเข้าใจ business domain และแปลงเป็น solution ที่ถูกต้อง

– การสื่อสารกับ stakeholder และจัดการความคาดหวัง

– การกำหนดมาตรฐานทีม (coding standard, review culture)

– การตรวจสอบความถูกต้องของผลลัพธ์

สรุปสั้น ๆ คือ AI ช่วยเสนอคำตอบได้ แต่ยังไม่เก่งเรื่องของการรับผิดชอบผลลัพธ์แทนเราครับ

.

นี่คือสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนในตลาดงานสาย Developer

จากงานวิจัยชิ้นนี้ ทำให้เราเห็นภาพชัดมาก 3 เรื่อง ครับ

1) มาตรฐานความเร็วจะสูงขึ้น

ทุกคนมี AI เป็นผู้ช่วย ทำให้บริษัทคาดหวังมากขึ้น

2) ตลาดให้ค่าคน “คิดเป็น” มากกว่าคน “พิมพ์เร็ว”

ใครออกแบบระบบได้ ตัดสินใจได้ จะได้เปรียบมาก

3) Junior จะถูกบีบให้ต้องโตเร็วขึ้น

Junior ที่ “ทำงานแบบ manual ทั้งหมด” จะถูกเปรียบเทียบทันที แต่ Junior ที่ใช้ AI เป็น จะพัฒนาเร็วมาก คนที่ไม่ใช้ จะถูกเทียบอย่างชัดเจนทันที

.

แล้ว Developer ควรปรับตัวยังไงดี

1) ใช้ AI เป็น “pair programmer” ไม่ใช่ “autopilot”

ให้ AI เสนอ แต่ Dev ต้อง review และตัดสินใจเอง

2) ฝึก “การสื่อสารแบบวิศวกร”

เขียน requirement / acceptance criteria / edge case ให้ชัด

เพราะ AI ทำงานได้ดีเมื่อโจทย์ชัด

3) ยกระดับทักษะ System Design

เพราะนี่คือพื้นที่ที่ AI ยังช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่แทนไม่ได้

4) เพิ่มความแข็งแรงด้าน Security & Reliability

คนที่ทำให้ระบบ “ปลอดภัยและรอดใน production” จะมีมูลค่าสูงมาก

5) เก่งเรื่อง Debug ของจริง (ไม่ใช่แค่แก้ error message)

production bug, race condition, data inconsistency, infra issue

สิ่งเหล่านี้คือสนามของ Dev ตัวจริง

6) สร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง (Domain + Context)

คนที่เข้าใจธุรกิจและข้อจำกัดจริง จะใช้ AI ได้ทรงพลังที่สุด

.

สรุป จากงานวิจัยของ Microsoft ชิ้นนี้ช่วยย้ำประเด็นที่สำคัญว่า

“งานที่ AI กระทบสูง” หรือได้คะแนนสูง ไม่ได้แปลว่า “งานนั้นจะหายไป”

แต่จะแปลว่า “งานนั้นกำลังถูกยกระดับความคาดหวัง” และ “งานซ้ำ ๆ จะถูกลดบทบาท” ลง

.

และ สำหรับ Developer นี่คือโอกาสนะ

ถ้าเราเป็น Dev ที่เติบโตจาก “คนพิมพ์โค้ด” อย่างเดียว ไปสู่ “คนออกแบบและรับผิดชอบระบบ” AI จะไม่ได้มาแย่งงานเรา แต่จะทำให้เราทำงานได้เร็วขึ้น และมีคุณภาพมากขึ้น

.

และนี่เหตุผลที่ทำให้ผมออกแบบ “Modern Full Stack Developer & AI Integration Bootcamp” เพื่อสร้าง Web Developer ยุคใหม่ ที่พร้อมจะปรับตัว และทำงานกับ AI ได้เป็นอย่างดี

.

มาเรียนรู้ไปด้วยกันนะครับ

โค้ชเอก

ที่มางานวิจัย: https://arxiv.org/abs/2507.07935

Category: Uncategorized

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

  • .NET
  • Android
  • Angular
  • Angular 2
  • Coding
  • CSS
  • Database
  • Editor
  • Flutter
  • Git
  • HTML5
  • Ionic 2
  • Ionic 4
  • Ionic Framwork
  • JavaScript
  • Laravel
  • Laravel 5
  • Node.js
  • PHP
  • PHP 7
  • Plugins
  • React
  • React Native
  • Template
  • Tools
  • TypeScript
  • UI
  • Uncategorized
  • Vue.js
  • XAMPP
  • Yii
  • คอร์สเรียน
  • แรงบันดาลใจ
  • มกราคม 2026
  • ธันวาคม 2025
  • กรกฎาคม 2025
  • เมษายน 2025
  • พฤศจิกายน 2024
  • ตุลาคม 2024
  • เมษายน 2020
  • กุมภาพันธ์ 2020
  • สิงหาคม 2019
  • กันยายน 2018
  • สิงหาคม 2018
  • กุมภาพันธ์ 2018
  • พฤศจิกายน 2017
  • ตุลาคม 2017
  • สิงหาคม 2017
  • กรกฎาคม 2017
  • เมษายน 2017
  • ตุลาคม 2016
  • สิงหาคม 2016
  • พฤษภาคม 2016

.NET android Angular Angular 2 Atom Coding Coding Standard CSS CSS 3 Datepicker extensions Git HTML HTML5 Ionic2 JavaScript Laravel5 laravel 5.5 MariaDB Material Design MySQL Node.js npm PHP PHP7 plugins PouchDB recaptcha Restful sail.js template typescript typscript XAMPP Yii2

© 2026 CodingThailand's Blog | Powered by Minimalist Blog WordPress Theme